รีวิววิธีอ่านฉลากโภชนาการ รู้เท่าทันวิธีเขียน เทียบของได้ตรงใจ

ผมเชื่อว่าหลายๆคนเวลาจะซื้อของกินซักอย่างตามห้างสรรพสินค้าหรือร้านสะดวกซื้อ น่าจะเคยพลิกดูฉลากที่ติดไว้ข้างๆบรรจุภัณฑ์ ซึ่งระบุถึงส่วนประกอบต่างๆที่มีอยู่ในของกินนั้นๆ ซึ่งเรียกกันว่า ” ฉลากโภชนาการ ”

แน่นอนว่าเวลาจะซื้ออะไรซักอย่างนึง เราก็ต้องอยากรู้ว่ามันมีอะไรอยู่ข้างในนั้นบ้าง แต่บางทีเราอาจจะอ่านไม่ละเอียดพอ ทำให้เข้าใจบางจุดผิดไปได้  ดังนั้นวันนี้ผมจะขอมานำเสนอรูปแบบของฉลากและจุดที่ต้องระวังในการอ่านแบบสรุปง่ายๆให้ชมกันครับ

mix

ขอเริ่มจากฉลากโภชนาการในบ้านเรา ซึ่งหลักๆจะมีอยู่ 3 แบบด้วยกัน

– ฉลากโภชนาการแบบเต็ม : ประกอบด้วยข้อมูลสารอาหาร 15 ตัวหรือมากกว่านั้น ซึ่งส่วนที่ 1 ก็คือจำนวนหน่วยบริโภค ที่บอกว่าข้อมูลสารอาหารต่างๆที่บอกมา มาจากอาหารตัวนั้นปริมาณเท่าไหร่ (ส่วนมากถ้าของชิ้นนั้นไม่เยอะมาก หน่วยบริโภคนึงก็จะเท่ากับทั้งหมด) จุดนี้สำคัญนะครัช เด๋วจะยกเคสมาบอกอีกที ส่วนที่ 2 ก็คือพลังงานทั้งหมดที่ได้จากของชิ้นนี้ต่อหน่วยบริโภค ส่วนที่ 3 ก็คือสารอาหารสำคัญที่ต้องระบุ ซึ่ง % ข้างท้ายก็จะบอกว่าเป็นปริมาณกี่ % ที่ร่างการต้องการต่อวัน ซึ่งมีประโยชน์มากทีเดียว ส่วนสุดท้าย ส่วนที่ 4 ก็คือปริมาณ วิตามินและเกลือแร่ที่มีนั่นเอง

20160405_111252

 

– ฉลากโภชนาการแบบย่อ : กรณีที่สินค้าตัวนั้นมีปริมาณสารอาหาร 8 อย่างที่น้อยมากๆ ก็จะสามารถใช้ฉลากแบบย่อได้ ข้อมูลที่มีให้ก็จะน้อยลงมา (ส่วนมากจะเป็นส่วนของวิตามินและแร่ธาตุที่ถูกตัดออกไป เพราะคงจะมีน้อยมากๆ) ส่วนอื่นๆก็จะเหมือนกับฉลากแบบเต็ม

ในสินค้าบางอย่าง ก็ไม่ได้มีฉลากโภชนาการแปะมา จะมีก็แค่ “ส่วนประกอบที่สำคัญ” ระบุไว้ เช่นใน * ข้างล่าง ก็จะมี % ของส่วนประกอบหลักๆในสินค้านั้นๆ (เวลาดูพวกใช้วัตถุกันเสียไหม หรือใส่ผงชูรสรึเปล่า ก็ดูกันที่จุดนี้ล่ะ)

20160405_111316

เมื่อไม่นานมานี้ สินค้าพวกขนมขบเคี้ยว ก็จะถูกบังคับให้ใส่ “ฉลาก GDA” ที่ไว้บอกปริมาณ หวาน มัน เค็ม ของขนมนั้นๆ

เป็นฉลากสรุปย่อที่แปะไว้หน้าซองให้เห็นได้ชัดเจน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคมากทีเดียว

20160405_122926

ทีนี้ จุดสำคัญที่มักทำให้เกิดความเข้าใจผิดในการอ่านฉลากก็จะมีจุดใหญ่ๆก็คือเรื่องของ หน่วยบริโภคนั่นเอง อย่างข้างล่างนี่เป็นขนมที่กล่องขนาดใกล้เคียงกัน แต่สังเกตว่าหน่วยบริโภคที่ใช้จะไม่เท่ากัน ครึ่งถ้วยกับ 1 ถ้วย ถ้าเราอ่านผ่านๆไม่ดูตรงจุดนี้ไป อาจจะเข้าใจผิดได้ว่าขนมกล่องล่างให้พลังงานสูงกว่าตั้งเท่าตัว ทั้งๆที่ความจริงนั้นปริมาณใกล้เคียงกัน ซึ่งผมเคยเจอหลายๆคนอ่านฉลากแล้วเข้าใจผิด ทำให้ได้ข้อมูลที่ผิดพลาดไปเยอะเลยทีเดียว ซึ่งส่วนตัวผมคิดว่านี่เป็นลูกเล่นของผู้ผลิตที่อยากทำให้ข้อมูลบนฉลากนั้นดูดีที่สุดเท่าที่ทำได้เมื่อเทียบกับคู่แข่งนั่นเอง

จุดนี้ก็เลยอยากจะเขียนฝากเอาไว้ให้อ่านกันให้ละเอียดนิดนึงนะครับ

compare

กับอีกจุดที่อาจจะไม่เกี่ยวกับการอ่านฉลาก แต่เป็นเรื่องของสินค้านำเข้าที่บางบริษัทที่นำเข้ามักจะมักง่ายแปะฉลากภาษาไทยทับข้อมูลโภชนาการบนหีบห่อจนหมด ซึ่งก็เข้าใจว่าบางทีหีบห่อก็เล็กจนไม่มีที่พอจะแปะฉลากภาษาไทยเลยต้องปิดทับของเก่าไป แต่อย่างน้อยก็น่าจะเอาข้อมูลมาแปลเป็นภาษาไทยแล้วใส่มาด้วยจะดีกว่านี้นะ

20160405_111349

ด้วยความที่ทำรีวิวมาหลายตัว จนติดการอ่านฉลากโภชนาการเป็นนิสัยก่อนที่จะเลือกซื้ออะไรก็ตาม ก็เลยอยากจะชักชวนผู้อ่านทุกคนให้มาลองอ่านฉลากก่อนที่จะซื้อกัน เพื่อที่จะได้ของดีที่ตรงตามความต้องการจริงๆ ไม่ตกเป็นเหยื่อการตลาดเพียงอย่างเดียวนะครับผม : )