Categories
ของใช้

ผงลูกหมีเล่นรีรีข้าวสาร กับแป้งเย็นใครดับกลิ่นได้ดีกว่ากัน?

หลังจากฝนตกอภิมหาหนักเพิ่งผ่านไป ช่วงนี้อากาศก็กลับมาร้อนจนต้องร้องขอชีวิตกันอีกแล้ว แล้วด้วยจากอากาศร้อนๆชื้นๆ งงๆ ร่างกายก็ผลิตเหงื่อออกมาเยอะซะเหลือเกิน และสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลย ก็คือกลิ่นตัวนั่นเอง ไม่ว่าจะกลิ่นน้องจั๊ก น้องทีน ก็๋ล้วนแต่หอมหวลชวนดมทั้งนั้น เลยต้องขอตัวช่วยซักหน่อย ปะแป้งหลังอาบน้ำก็น่าจะช่วยได้

ว่าแต่ แล้วแป้งแบบไหนอ่ะที่จะช่วยดับกลิ่นดัวได้ดีหน่อย? เลยมีคุณเพื่อนแนะนำมาว่าต้องนี่เลย “ผงลูกหมีเล่นรีรีข้าวสาร” โห ชื่อโคดล้ำมาก   

ไอเราก็สงสัยว่าแล้วผงนี่มันต่างจากทาแป้งดับกลิ่นยังไงล่ะ? อยากรู้ก็ต้องพิสูจน์ซินะ 

นี่ มีบอกชัดเจนเลยว่าไว้ดับกลิ่นน้องจั๊ก น้องทีนนะจ๊ะ

ถ้าอยากรู้ก็ต้องลองใช้เทียบกันล่ะนะ งั้นมาลองใช้กับน้องทีนแบบฟูลเดย์กันดีกว่า เริ่มต้นจากหลังจากอาบน้ำก่อนออกไปทำงาน ก็โปะทีนข้างละแบบกัน

แล้วก็ทาถูๆจนทั่วทีนทั้ง 2 ข้าง ของน้องหมีจะทาแล้วไม่ได้ขาวแบบแป้งเย็นนะ

จากนั้นก็ใส่ถุงเท้า พร้อมออกลุยย

เยื้องย่างออกจากบ้าน ใส่รองเท้าให้เรียบร้อย เน้นเป็นรองเท้าแบบอบๆหน่อย จะได้หมักกลิ่นได้ดีขึ้น

วันดีแดดโคดแรงจ้าาา อะเฮื้ออ ดีเลย เหงื่อจะได้ออกเยอะๆ เพิ่งพลังหมักกลิ่น

ละก็นั่งทำงานไปทั้งวันจนภาพตัดมาตอน 2 ทุ่มกะลังกลับบ้านเลย

ถึงบ้านปุ๊บก็ไม่รีรอ รีบขึ้นมาพิสูจน์กันดีกว่า ว่าเราหมักได้ที่รึยัง

ถอดถุงเท้าก่อน ข้างที่เป็นแป้งเย็น ยังคงมีคราบแป้งเหลืออยู่หน่อยๆล่ะนะ แต่ส่วนมากก็ละลายหายไปเรียบร้อย

จากนั้นพิธีกรรมกำลังจะเริ่มละ นี่ก็ท่องนโม 3 จบ เตรียมตัวเตรียมใจพิสูจน์กลิ่นทีน ถึงจะเป็นทีนตัวเองก็เหอะ ก็ไม่เคยเอามาดมตรงๆแบบนี้อ่ะนะ (ขออนุญาตเบลอน้องทีนเพื่อความสบายใจขอคนอ่าน) เอาล่ะวะ 1..2…3

ฟื้ดดดดดดดดดดดดด 

คิดเอาไว้ว่าแย่ ต้องแย่แน่ๆ………เอ๊ะ ก็ไม่แย่นี่นา จะบอกว่ายังแอบมีกลิ่นหอมนิดๆเหลืออยู่ด้วย แต่พอมาดมเทียบกัน 2 ข้างแล้วก็เออเว้ย ต่างกันนะ ด้านที่ใช้แป้งเย็นมันมีกลิ่นทีนตุๆอยู่ แต่ด้านที่ใช่ผงลูกหมีเล่นรีรีข้าวสารมันไม่ค่อยมีกลิ่นแฮะ

ดมรอบเดียวกลับจะไม่แม่น นี่เลยดมไป 3-4 รอบเลย ก็ยังรู้สึกเหมือนเดิมว่า เออ มันดับกลิ่นได้จริงแฮะ สรุปคร่าวๆก็ได้ว่า ผงลูกหมีนี่ดูจะทำหน้าที่ของมันได้ค่อนข้างดีเลย ดับกลิ่นได้จริงตามที่อวดอ้าง ส่วนแป้งเย็นเค้าก็ไม่ได้บอกว่าเอามาดับกลิ่นตัวอ่ะนะ ทาแล้วเย็นๆทีนก็โอเคแล้วล่ะ เพราะงั้นผงลูกหมี ดับกลิ่นทีนได้จริงนะคร้าบบบ

Categories
ของกิน ของใช้

มะขามป้อมที่เค้าว่าช่วยให้ชุ่มคอ พอมาเป็นยาแก้ไอแล้ว จะดียังไงนะ?

ช่วงนี้รอบตัวแอดมินมีแต่คนป่วย หวัดมั่ง ไอมั่ง ค่อกๆแค่กๆทั้งวันเลยจริงๆ สงสัยจะเพราะฟ้าเดี๋ยวหยุดเดี๋ยวตกตลอดเลยแน่ๆ วันก่อนก็เหลือบไปเห็นเพื่อนล้วงยาแก้ไอมาจิบๆ ละเห็นบอกว่าช่วยได้เยอะเลย เลยขอมาดูก็เห็นว่าเป็นยาแก้ไอผสมมะขามป้อม ละด้วยความที่คนรุ่นก่อนๆก็บอกว่าถ้าไอก็ให้ไปหาแบบที่เป็นมะขามป้อมมากินนะ พอไปค้นสรรพคุณของมะขามป้อมก็เจอว่า สรรพคุณยอะมากก ทั้งมีวิตามินซีที่สูงสุดๆ แร่ธาตุต่างๆก็เยอะ และมีสรรพคุณทำให้ชุ่มคอช่วยบรรเทาอาการไอได้ดี ฟังดูเจ๋งไปเลยแฮะ ทีนี้ก็เลยอยากรู้ละว่า ยาแก้ไอมะขามป้อม ที่ขายๆอยู่ในตลาด แต่ละตัวเป็นยังไงกันบ้าง? ไหนๆก็มีคนป่วยให้ทดสอบอยู่ละ หึหึ

พอไปลองหามา ก็มีหลายยี่ห้อกว่าที่ึคิดไว้แฮะ ที่หยิบมาก็ได้แก่ อ้วยอันโอสถ, อภัยภูเบศร, ยูอีคอฟ ซีดี, ไอยรา, วังหลัง และ ไอ-เฮิร์บ

ทั้งหมดเป็นยาแก้ไอผสมมะขามป้อมทั้งหมด ทีนี้จะวัดกันยังไงดีล่ะ? ก็คงแน่นอนว่ากินปุ๊บหายปั๊บก็คงจะโม้เกินไป เอาเป็นว่าจะเป็นความรู้สึกหลังจากจิบแต่ละยี่ห้อละกัน แล้วก็ความก่ินง่าย แล้วก็ส่วมผสมสมุนไพรของแต่ละยี่ห้อ

ว่าแล้วก็เปิดมาชิมทดสอบกันเลยดีกว่า

หลังจากได้ลองชิมและเช็คแต่ละยี่ห้อแล้ว ก็มาดูผลการทดสอบกันเลยดีกว่า (จิ้มที่รูปเพื่อขยายได้เลยจ้า)

[image src=”http://www.araideewa.com/wp-content/uploads/2018/09/tamarin-result2.png” width=”” height=”” align=”” caption=”” link=”” link_image=”http://www.araideewa.com/wp-content/uploads/2018/09/tamarin-result2.png” target=”” alt=”” border=”0″ greyscale=”0″ animate=””]

อ้วยอันโอสถ, :  รสชาติออกเปรี้ยวนิดๆ และค่อนข้างขม ทำให้รู้สึกกินยากพอสมควรเลย แต่ก็น่าจะเพราะใส่สมุุนไพรหลายอย่างอยู่ล่ะนะ

อภัยภูเบศร :  รสออกเปรี้ยวๆ ซ่านิดๆ เย็นหน่อยๆ ผสมมะขามป้อมเยอะที่สุดจากทั้งหมด เลยหอมมะขามป้อมที่สุด

ยูอีคอฟ ซีดี : รสชาติจะออกหวานนำแบบน้ำเชื่อม ติดขมปลายนิดๆ หอมแบบกลิ่นผลไม้ น่าจะทำให้กินง่ายขึ้น แต่เราว่าหวานไปหน่อย ส่วนผสมสมุนไพรค่อนข้างเยอะเหมือนกัน

ไอยรา : รสออกเปรี้ยวๆ ได้รสสมุนไพรเข้มข้นดี พอจิบปุ๊บ วูบแรกคือเย็นไปทั้งคอเลย รู้สึกโล่งคอใช้ได้เลย และด้วยรสเปรี้ยวๆชุ่มคอ ทำให้กินง่ายด้วย ส่วนผสมสมุนไพรก็ค่อนข้างเข้มข้น ชอบตรงที่จิบแล้วเย็น โล่งคอแบบไม่มีแอลกอฮอล์นี่ล่ะ

วังหลัง :  รสจะออกหวานๆเปรี้ยวๆ ได้ทั้งรสทั้งกลิ่นมะขามป้อมชัดเจนอยู่ อาจจะเพราะเน้นมะขามป้อมเป็นหลักเลยก็ได้

ไอ-เฮิร์บ :  รสค่อนข้างหวานนำ ซ่านิดๆ ได้ความเย็นที่คอ กลิ่นหอมแบบเย็นๆ ตัวนี้มีผสมแอลกอฮอล์นิดหน่อย อาจต้องใช้แบบระวังซักเล็กน้อย

โดยสรุปแล้ว ถ้าจะวัดกันที่สรรพคุณของสมุนไพรน่าจะบอกยากอยู่ เพราะจำนวนสมุนไพรของแต่ละยี่ห้อจะต่างกันออกไป แต่อย่างไรก็ดี ละตัวก็จะมีสรรพคุณในการบรรเทาอาการไอเหมือนกัน ก็เลยจะขอเลือกจากความรู้สึกหลังใช้ ความง่ายในการกิน กับความคุ้มค่าของสินค้า ดังนั้น Editor’s choice ในครั้งนี้ขอยกให้กับ ไอยรา เนื่องจากจิบแล้วให้ความรู้สึกเย็นและชุ่มคอดีมากเลย รวมถึงมีส่วนผสมสมุนไพรที่เข้มข้น และทานง่าย ช่วยให้บรรเทาอาการไอได้ดีเลย

Categories
ของใช้

ยาสีฟันสมุนไพร ที่ว่าดี หลอดไหนดีจริง เช็คด่วน!!

จะว่าไปทางทีมงานรีวิวสินค้าพวกของกินมาก็เยอะแล้ว กินกันจนแทบจะอ้วนไปข้างนึงเลย แต่ยังไม่เคยรีวิวสินค้าที่ช่วยทำความสะอาดฟันที่ใช้มาอย่างสมบุกสมบันเลยนิหน่า? งั้นก็ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะได้รีวิว “ยาสีฟัน”กันซะทีนะ ปกติแล้วแอดจะใช้ยาสีฟันที่เป็นยาสีฟันผสมสมุนไพร เพราะส่วนตัวคิดว่าน่าจะช่วยให้ปากสะอาดแบบธรรมชาติๆหน่อย ครั้งนี้ก็เลยขอหยิบ ยาสีฟันสมุนไพร มารีวิวกันหน่อยดีกว่า

ว่าแล้วก็มุ่งหน้าไปโลตัส หยิบยีห้อที่ดังๆมาร่วมวงรีวิวได้ดังนี้ คอลเกตเกลือสมุนไพร, ดอกบัวคู่ สูตรดั้งเดิม, ซอลส์ตรีผลา, เทพไทย สูตรดั้งเดิมและ ดาร์ลี่เกลือสมุนไพรโพรเทค

โดยทั้ง 5 ยี่ห้อนี้เป็นยาสีฟันที่มีส่วมผสมของสมุนไพร โดยแต่ละยี่ห้อก็มีส่วนผสมที่แตกต่างกันไป ยังไงเดี๋ยวเรามาดูกันดีกว่าว่าสิ่งที่แตกต่างกันจะมีอะไรบ้าง? ก่อนอื่น ลองบีบเนื้อยาสีฟันออกมาดูกันก่อนเลย

ความต่างก็จะเริ่มตั้งแต่แรกพบสบตาเลย ทั้งในเรื่องของเนื้อยาสีฟัน สีและกลิ่น (ซึ่งจะสรุปให้ในตารางและส่วนของสรุปผลนะ) ทีนี้นอกจากเรื่องเหล่านี้แล้ว อะไรล่ะที่เราอยากเทียบบ้าง ก่อนที่จะเริ่มลองใช้จริง? เรื่องนึงเลยก็น่าจะเป็นปริมาณฟองของยาสีฟันระหว่างที่แปรงล่ะ เพราะยิ่งปริมาณฟองมาก ก็จะรู้สึกว่ามันจะซอกซอนไปทั่วทั้งปากไรงี้ (อันนี้คิดเอาเองนะ) ก็เลยจะลองทดสอบปริมาณฟองกัน ด้วยการทดสอบแปรงนอกปากก่อน

อันนี้จะทดสอบด้วยปริมาณยาสีฟันที่เท่าๆกัน แปรงด้วยระยะเวลาใกล้เคียงกัน ละจะได้ผลออกมาตามนี้

พอลองเสร็จ ก็มานั่งคิดว่าตอนแปรงจริงมันมีฟองมากกว่านี้นี่หว่า? สงสัยเพราะแปรงแบบน้ำน้อยนอกปากจะไม่เกิดฟองเลยเห็นความต่างไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่ ยังไงเดี๋ยวจะมาบอกผลตอนแปรงจริงอีกทีก็แล้วกันนะ

อ่ะ แล้วก็ได้เวลาทดลองแปรงจริงละ ตอนทดสอบผมจะแปรงหลังมื้ออาหารแต่ละมื้อ จะได้วัดผลได้ใกล้เคียงกัน แต่ก็จะได้ผลออกมาในส่วนของความรู้สึกระหว่างแปรงละหลังแปรงนะ ไม่สามารถมีตัวเลขวัดผลจริงจังได้ มาดูผลการทดสอบกันเลยดีกว่า

คอลเกตเกลือสมุนไพร :  เนื้อยาสีฟันมาในรูปแบบครีมสีขาวฟ้า เหลวนิดๆ กลิ่นออกไปทางมิ้นท์ รสชาติจะออกเค็มๆไม่ได้กลิ่นสมุนไพรมากนัก น่าจะเพราะเป็นสูตรเกลือผสมสมุนไพร ฟองเยอะระหว่างแปรง พอแปรงเสร็จจะรู้สึกเค็มนิดๆ กลิ่นสมุนไพรจะไม่ค่อยชัด หนักไปทางมิ้นท์ ราคาจะถูกที่สุดในบรรดาทั้งหมด โดยส่วนตัวก็รู้สึกกลางๆ ไม่โดดเด่นอะไรมาก

ดอกบัวคู่ สูตรดั้งเดิม :  รู้จักกันมายาวนานกับยาสีฟันดอกบัวคู่ที่เน้นสมุนไพรแบบสุดๆ เท่าที่ดูจะมีสมุนไพร 5 ชนิด เนื้อครีมสีออกน้ำตาลเข้ม จะสากๆนิดๆ กลิ่นสมุนไพรจะโดดมาเลยตั้งแต่ดม พอแปรงปุ๊บ รสสมุนไพรมาเลย ขมนิดๆ ฟองเยอะระดับนึง พอแปรงเสร็จเหมือนโดดเข้าทุ่งสมุนไพรไทย จะมีความขมปากติดอยู่นิดๆ แต่ถ้าคนไม่ซีเรียสก็จะรู้สึกว่าโล่งปากดี แต่อาจจะรู้สึกว่าโล่งแห้งๆนิดนึง

ซอลส์ตรีผลาน่าจะเป็นสูตรใหม่ที่เพิ่งออกมาไม่นานของซอลส์ เป็นสูตรเกลืออนุภาคเล็กผสมสมุนไพรตรีผลาประกอบสมุนไพร ชนิด จากเนื้อครีมสีออกไปทางน้ำตาล กลิ่นสมุนไพรก็ค่อนข้างชัดเจนนะ ระหว่างแปรงก็ได้รสชาติของสมุนไพรบวกกับเกลือเค็มนิดๆ ฟองก็ค่อนข้างเยอะ หลังแปรงรู้สึกโล่งปากดีนะ ยังได้กลิ่นสมุนไพรชัดเจนอยู่ ไม่ติดขม เลยรู้สึกสดชื่นดี น่าจะเหมาะสำหรับคนอยากใช้ยาสีฟันสมุนไพร แต่ไม่ชอบความขมกับกลิ่นสมุนไพรแบบแรงๆ

เทพไทย สูตรดั้งเดิมอันนี้ขอยกให้เป็นสูตรที่สมุนไพรเข้มข้นที่สุดเลย ทั้งกลิ่นและรสชาติ เนื้อครีมแข็งมาก ข้างกล่องแนะนำให้ใช้แค่ขนาดเม็ดถั่วก็พอ พอลองเข้าปากปุ๊บ ความขมก็แผ่ซ่านไปทั้งปากทันที ได้กลิ่นสมุนไพรอบอวล ฟองก็เยอะใช้ได้นะ แม้จะใช้นิดเดียว พอแปรงเสร็จนี่ความขมจะยังคงอยู่เยอะทีเดียว แต่ก็รู้สึกว่าโล่งปากสดชื่นนะ ถ้าใครที่ไม่ซีเรียสเรื่องความขมนี่ก็ ถือว่าโอเคเลย แต่ราคาอาจจะแพงซักหน่อยนึง

ดาร์ลี่เกลือสมุนไพรโพรเทค :  สูตรนี้กลิ่นตะไคร้มาเต็มเลย มีส่วนผสมสมุนไพรหลายตัว แต่ตะไคร้จะค่อนข้างเด่นผสมกับไทม์ ก็รู้สึกแปลกดีไม่เหมือนยี่ห้ออื่น แปรงแล้วจะมีความเย็นพอสมควร ฟองเยอะพอประมาณ แปรงเสร็จได้ความรู้สึกของความเป็นตะไคร้กับไทม์เต็มปากเลย ใครชอบดื่มน้ำตะไคร้เย็นๆน่าจะชอบ

โดยสรุปแล้ว ถ้าจะวัดกันที่สรรพคุณของสมุนไพรน่าจะพูดยาก เพราะสมุนไพรของแต่ละยี่ห้อจะต่างกันออกไปละไม่มีตัววัดผลที่ชัดเจน ก็เลยจะขอเลือกจากความรู้สึกหลังใช้ กับความคุ้มค่าของสินค้า ดังนั้น Editor’s choice ในครั้งนี้ขอยกให้กับ  ซอลส์ตรีผลา นื่องจากหลังจากแปรงเสร็จค่อนข้างโอเคกับกลิ่นของสมุนไพรที่อยู่ในปากช่วยดับกลิ่นปากได้ดีกับความเค็มนิดๆของเกลือ และไม่มีรสขมตกค้าง ทำให้รู้สึกสดชื่นหลังแปรง และด้วยราคาที่ไม่แพงทำให้รู้สึกคุ้มค่าทีเดียว

Categories
ของใช้

ทิชชู่ห้องครัว คู่ใจแม่บ้าน แต่ละยี่ห้อต่างกันยังไงนะ?

และแล้วก็มาถึงการทดสอบทิชชู่แบบสุดท้ายกัน หลังจากทดสอบกันมาแล้วทั้งทิชชู่ม้วน ทิชชู่เช็ดหน้า ครั้งนี้ก็มาถึงคิวทิชชู่สำหรับห้องครัวกันบ้างละ สำหรับทิชชู่ห้องครัวก็ตามชื่อเลยล่ะ ส่วนมากก็เอาไว้ใช้ในห้องครัว ไม่ว่าจะใช้เช็ดคราบต่างๆ ซับน้ำมันจากของทอด หรืออะไรก็แล้วแต่อ่ะนะที่จะคิดได้ ด้วยความที่ทิชชู่ประเภทนี้มีความสะอาดพอที่จะสัมผัสกับอาหารได้  และด้วยความที่แผ่นใหญ่สะใจด้วย ก็เลยสามารถใช้ได้หลายๆแบบเลยล่ะ

ทีนี้ด้วยความที่ทิชชู่ก็มีหลากยี่ห้อกันออกไปอีก ก็อยากรู้ละว่ามันจะต่างกันยังไงน้ออ ลองมาแกะห่อดูกันดีกว่า

ดูจากขนาดม้วน ก็ค่อนข้างใกล้เคียงกันนะ เพราะว่าจำนวนแผ่นไม่ได้ต่างกันมากนัก ต่อมาถ้าลองเทียบกันแบบแผ่นต่อแผ่นล่ะ?

อันนี้จะเห็นความต่างได้ในส่วนของขนาดแผ่น ของ Scott จะเป็นแผ่นที่แบ่งได้เป็นขนาดเล็ก ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดีนะ เพราะบางที่เราก็ไม่ได้อยากใช้เยอะขนาดนั้น แบ่งเป็นแผ่นเล็กได้ก็ประหยัดลงไปได้เพิ่มขึ้น ส่วนของ Maxmo นั้นมีลายน่ารักๆติดมาด้วย

ต่อมา สิ่งที่น่าจะอยากรู้กันมากที่สุด ก็คือการซับน้ำมัน ว่าแต่ละยี่ห้อจะทำได้ดีแค่ไหน ก็มาลองกันเลยดีกว่า

ว่าแล้วก็ทอดหมูยอรอซะเลย เตรียมเอามาซับน้ำมันก็จะๆไปเลย หลังจากสุกหอมได้ที่ดีละ ก็หยิบขึ้นมาซับน้ำมันกันเลย

ได้ออกมาตามรูปด้านบนเลย อันนี้คือลองวางแล้วเอาอีกด้านซับน้ำมันออก จะบอกว่า แต่ละยี่ห้อก็สามารถซับน้ำมันได้ในปริมาณที่พอๆกัน ไม่ต่างกันนัก เพราะงั้นก็เลยตอบโจทย์ทุกยี่ห้อเลย

ส่วนการทดสอบต่อมา ก็จะเป็นในส่วนของการดูสารเรืองแสงแบบที่ทำมากับทิชชู่ทุกแบบ

จากที่ทดสอบจาก Black light จะไม่ค่อยเรืองแสงเท่ากับทิชชู่แบบอื่น แต่ของ Scott ก็ยังมีความสว่างให้เห็นนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเรืองแสงแล้วจะไม่ปลอดภัยในการสัมผัสกับอาหารนะ เพราะเค้าก็การันตีว่าสัมผัสได้

จากทั้งหมดข้างบน เรามาดูสรุปเป็นตารางกันดีกว่า

[image src=”http://www.araideewa.com/wp-content/uploads/2018/01/result-kitchen-towel.png” width=”” height=”” align=”” caption=”” link=”” link_image=”http://www.araideewa.com/wp-content/uploads/2018/01/result-kitchen-towel.png” target=”” alt=”” border=”0″ greyscale=”0″ animate=””]

Paseo Kitchen Towel ราคาถูกที่สุด และคุณสมบัติอื่นๆก็เท่ากันกับยี่ห้ออื่นๆ ก็เลยดูเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุดล่ะ

Maxmo by Cellox : มีึความน่ารัก คิ้วๆ กับลายเครื่องครัวมาด้วย ถ้าใครเป็นแม่ครัวสายคิ้ว ก็น่าจะชอบล่ะนะ

Scott cook towelsมีจุดเด่นคือสามารถแบ่งเป็นแผ่นเล็กๆไว้ใช้กับงานเล็กๆได้ เพียงแต่ว่าจำนวนแผ่นอาจจะน้อยกว่าคนอื่น แล้วก็ยังดูมีความเรืองแสงนิดๆล่ะ เลยอาจจะเป็นตัวเลือกรองลงมาหน่อย

สำหรับ Editor’s choice ในครั้งนี้ขอยกให้กับ 2 ยี่ห้อที่มีความน่าใช้ใกล้เคียงกันมากที่สุด กับยี่ห้อ “Paseo” กับ “Maxmo” ที่มาพร้อมคุณสมบัติครบถ้วน ใช้งานได้ดีทั้งคู่เลย

Categories
ของใช้

ซับเหงื่อ ซับมัน ซับน้ำตา ใช้ทิชชู่แบบไหนดีให้ดีต่อหน้าใสๆอย่างเราๆกัน

รอบก่อนจัดรีวิวทิชชู่ห้องน้ำกันไปละ รอบนี้ก็ถึงคิวของทิชชู่เช็ดหน้ากันบ้าง บางคนอาจจะสงสัยว่ามันต่างกับทิชชู่ม้วนๆยังไง? ก็ดูขนาดหน้าเราๆสิครับ ทิชชู่ม้วนจะไปพออะร้ายย อีกอย่าง ความนุ่มก็ต่างกันด้วยนะ ถ้าต้องการเช็ดหน้า ใช้แบบสำหรับเช็ดหน้าโดยเฉพาะเลยจะดีต่อผิวหน้าเรามากกว่าด้วยนะครับ

งั้นเดี๋ยวเราลองมาดูกันดีกว่า ถ้าเป็นในหมู่ทิชชู่เช็ดหน้าแล้วล่ะก็ ของใครจะเป็นยังไงกันบ้างนะ

 

รอบนี้จัดมา 4 ตัวอันได้แก่ Kleenex Facial Tissues, Cellox Purify Facial Tissue, Paseo Baby pure และ Zilk Facial Tissue

ทุกตัวล้วนแล้วแต่เป็นแบบ pop up คือแกะตรงกลาง แล้วสามารถดึงออกมาได้เรื่อยๆเลย งั้นก็ลองดึงออกมากันเลยดีกว่า

มีความต่างกันนิดหน่อยละตรงขนาดของแต่ละยี่ห้อก็ไม่เท่ากัน ของ Cellox มีลาย Paul Frank มาด้วยนะ
ทีนี้มาลองดูจำนวนชั้นของแต่ละยี่ห้อกัน

มาตรฐานคือ 2 ชั้น จะมีของ Paseo ที่ให้มา 3 ชั้นครับ ทำให้มีความหนานุ่มมากกว่าคนอื่น
ต่อมาเรามาลองทดสอบอะไรเล่นๆกันหน่อยดีกว่า อยากจิรู้ว่าความเหนียวของแต่ละยี่ห้อเป็นยังไงบ้างน้อออ

เลยขอจัดอุปกรณ์ทดสอบมาดังนี้

ถ้วยน้ำกับเหรียญห้ากับเหรียญสิบ ทีนี้เราจะทดสอบด้วยการ ให้ทิชชู่แต่ละยี่ห้อชุบน้ำ แล้วลองทดสอบว่าจะรับน้ำหนักได้เยอะขนาดไหนกัน

ประมาณนี้เลย จะค่อยๆใส่เหรียญลงไปจนกว่ากระดาษจะขาดล่ะนะ แล้วมานับดูว่าของใครทนน้ำหนักได้มากกว่ากัน พอขาดก็จะเป็นประมาณนี้ อันนี้เดี๋ยวจะไปดูผลกันในตารางนะ ว่าใครจะได้กี่เหรียญบ้าง

ต่อมาก็จะมาเช็คเรื่องของสารเรืองแสงแบบเดียวกับที่เราเคยเช็คกับทิชชู่ห้องน้ำกัน ไหนลองมาดูกันดีกว่าว่าใครเป็นยังไงบ้าง

อันนี้จะเห็นชัดเจนพอสมควรอยู่ล่ะว่าของ Zilk จะมีสารเรืองแสงอยู่ แต่ถ้าสังเกตกันดีๆ จะเห็นว่ามีอีกยี่ห้อนึงที่เรืองแสงหน่อยๆเหมือนกัน อันไหนน้อๆ
อ่ะ เฉลยดีกว่า 

ของ Cellox Paul Frank นั่นเอง ที่มีเรืองแสงเป็นจุดเล็กๆ กระจายไปทั่วเลย

เอาล่ะ ทดสอบกันไปหมดละ ทีนี้เรามาดูกันในตารางเปรียบเทียบดีกว่า ว่าแต่ละอันเป็นยังไงกันบ้าง (จิ้มที่รูปเพื่อขยายได้เลยจ้า)

Kleenex Facial Tissues  : ตัวนี้แผ่นใหญ่ที่สุด นุ่มและเหนียว ไม่เรืองแสงด้วย ราคาอยู่ในระดับกลางๆ ถือว่าคุ้มค่าคุ้มราคาทีเดียว

Cellox Purify Facial Tissue : มีึความน่ารัก คิ้วๆ กับลาย Paul Frank นุ่มและเหนียว ราคาเพิ่มขึ้นมาอีกหน่อย แต่ยังมีสารเรืองแสงนิดๆ เลยคิดว่าถ้าเลือกทิชู่มาเช็ดหน้าที่บอบบางทั้งที ก็อยากได้ที่แบบเพียวๆที่สุดอ่ะนะ

Paseo Baby pure : มีความหนา นุ่มมากที่สุด ไม่มีสารเรืองแสงเช่นกัน จำนวนแผ่นเพิ่มขึ้นมา แต่ด้วยความที่หน้า 3 ชั้น เลยทำให้ห่อใหญ่กว่าคนอื่นพอประมาณ ซึ่งถ้าเทียบกับปริมาณที่ได้ ถือว่าไม่ได้แพงกว่าคนอื่นเท่าไหร่เลย คุ้มค่าคุ้มราคาเช่นกัน

Zilk Facial Tissue : จำนวนแผ่นเยอะที่สุด ราคาถูกที่สุด แต่อาจจะนุ่มสู้ยี่ห้ออื่นไม่ได้ บวกกับมีสารเรืองแสงด้วย ถ้าคนที่เน้นปริมาณ กับราคา ก็น่าสนใจ แต่ถ้าเรื่องคุณภาพ อาจจะสู้คนอื่นไม่ได้ล่ะ

สำหรับ Editor’s choice ในครั้งนี้ขอยกให้กับ 2 ยี่ห้อที่คุ้มค่าคุ้มราคาที่สุด ได้แก่ Kleenex Facial Tissues กับ Paseo Baby pure ด้วยคุณภาพที่โดดเด่น กับความคุ้มค่าที่ได้ เลยขอฝากผิวหน้าที่แสนบอบบางของแอดมินให้ไปเลยนะคร้าบ

 

Categories
ของใช้

มาลองเทียบ ทิชชู่ม้วน กันหน่อยดีกว่า หลากยี่ห้อ หลายรุ่น เค้าต่างกันยังไงบ้าง?

กระดาษชำระหรือที่เราเรียกกันติดปากว่า ทิชชู่ม้วน จะเห็นว่าในท้องตลาดมีกันอยู่มากมายหลากหลายยี่ห้อเลยใช่มะ เวลาเลือกเอาจริงๆเราก็หลับหูหลับตาเลือกไปนั่นล่ะ หรือไม่ก็เลือกตามราคาที่ถูกที่สุด เพราะคิดว่าทิชชู่ก็เหมือนๆกันนั่นล่ะ แต่เอาจริงๆแล้ว ทิชชู่แต่ละยี่ห้อ แต่ละรุ่นนี่มีความแตกต่างกันหลายอย่างเหมือนกันนะ ไม่ใช่แค่ว่าต่างกันที่ความยาว หรือราคาอย่างเดียว

เดี๋ยววันนี้จะมาบอกและทดสอบกันให้เห็นว่าความต่างของทิชชู่แต่ละยี่ห้อนั้นมีอะไรยังไงบ้าง?

 ลองไปสอยทิชชู่ยี่ห้อต่างๆมาจากโลตัส ละก็ได้ตามลิสนี้เลยครับ Zilk Giant, Cellox Purify Super Extra, Paseo, Paseo Baby Pure, Scott Extra

ซึ่งเท่าที่เดินดูๆ ความต่างที่ชัดเจนที่สุดของกระดาษทิชชู่แต่ละยี่ห้อคือ ความยาว, ความบริสุทธิ์(เหมาะสำหรับเด็ก) แล้วก็ราคา 

บางยี่ห้อนี่ แบ่งรุ่นกัน 4 รุ่นตามความยาวกันเลย ว่าแต่นอกจากความยาวแล้ว จะมีจุดอื่นอะไรอีกบ้างให้เราลองเทียบนะ มาดูกันต่อครับ

ถ้าลองดูจากตาเปล่าจากข้างนอกห่อ ก็อาจจะไม่เหไ็นความต่างอะไรมากนัก ลองฉีกมาเทียบดูเป็นแผ่นๆกันดีกว่า

จะเห็นจุดต่างแรกเลยคือขนาดของแผ่นกระดาษ ซึ่งของ Scott Extra จะมีขนาดยาวกว่าเพื่อน ส่วนของยี่ห้ออื่นๆนั้นจะใกล้เคียงกัน และอีกจุดที่เห็นคือเรื่องของลวดลาย ที่บางยี่ห้อก็จะมีลวดลายให้สัมผัสได้ บางอันก็ไม่มี

ต่อมาเป็นเรื่องของจำนวนชั้นของกระดาษ หลายๆคนน่าจะเคยเห็นว่าทิชชู่นั้นมีหลายชั้นด้วยกัน ซึ่งโดยทั่วไปแล้วก็จะมี 2 ชั้นเป็นมาตรฐาน แต่ในส่วนที่หยิบมาเทียบนั้น Paseo Baby Pure จะมีด้วยกัน 3 ชั้น ซึ่งเป็นอีกจุดที่ทำให้กระดาษมีความหนา นุ่มมากขึ้น

หลายๆคนน่าจะเคยสงสัยว่าทิชชู่ที่เค้าโฆษณากันว่ายาววววว เป็นเมตรๆนั้น มันยาวขนาดนั้นจริงรึเปล่า? เราก็ลองมาวัดกันให้ดูตามนี้เลย

 

หลังจากดึงออกมาจนหมดทุกม้วนอย่างยากลำบากแล้ว ก็ขอวันกันแบบประมาณละกันนะ วัดให้ตรงเป๊ะๆนี่คงจะยากเกิน ซึ่งจากที่ประมาณคร่าวๆ ค่อนข้างใกล้เคียงกันที่เค้าโฆษณาไว้ข้างห่อล่ะนะ รวมทั้งห่อจะวัดออกมาได้น้อยกว่าที่ระบุไว้ประมาณ 20 เมตร ใกล้เคียงกันทุกยี่ห้อ ซึ่งน่าจะมาจากความคลาดเคลื่อนจากวิธีการวัดของผมเอง ซึ่งถือว่าไม่น่าจะมีใครโฆษณาเกินจริงล่ะ (ส่วนเรื่องว่าใครยาวที่สุด เดี๋ยวผมสรุปไว้ให้ในตารางนะครับ)

ต่อมาเป็นอีกหัวข้อที่ผมอยากรู้เอง ว่าทิชชู่เวลาถ้าเราทิ้งลงน้ำมันจะละลายหายไป หรือว่ายังเป็นแผ่นๆอยู่กันนะ? เลยขอทดสอบซักหน่อย

ว่าแล้วก็จุ่มน้ำลงไปอย่างละแผ่นแล้วก็คนๆๆๆ ให้มันละลายดูดีกว่า

ผลที่ได้จะออกมาตามนี้เลยครับ

ของ Zilk Giant จะสลายกลายเป็นเยื่อเล็กๆ แต่ของ Cellox Purify จะไม่สลายล่ะ คนยังไงก็ยังเป็นแผ่นอยู่ อันนี้ไม่แน่ใจว่าเป็นความตั้งใจของรุ่นนี้รึเปล่า?

ส่วนของ Paseo, Paseo Baby Pure และ Scott Extra นั้นสลายกลายเป็นเยื่อเล็กๆเช่นเดียวกัน

และท้ายสุด เรามาทดสอบสารเรืองแสงกันดีกว่า  โดยเราจะทดสอบกันโดยใช้หลอดไฟ Black light นั่นเอง 

จากนั้นมาลองปิดไฟกันดูเลยดีกว่า อันนี้เราจะเห็นความต่างละ โดนจะมีของ Paseo ที่ไม่สะท้อนแสงเลย ส่วนของยี่ห้ออื่นจะเรืองแสงมากน้อยตามในภาพข้างล่างเลย

 

เรามาดูตารางเปรียบเทียบความต่างของแต่ละยี่ห้อกันดีกว่า (จิ้มที่รูปเพิื่อขยายได้เลยจ้า)

[image src=”http://www.araideewa.com/wp-content/uploads/2017/12/result-tissue2.jpg” width=”” height=”” align=”” caption=”” link=”” link_image=”http://www.araideewa.com/wp-content/uploads/2017/12/result-tissue2.jpg” target=”” alt=”” border=”0″ greyscale=”0″ animate=””]

Zilk Giant : ความยาวมาเป็นอันดับ 2 ส่วนเรื่องความนุ่มนั้นยังไม่ค่อยนุ่มนัก ราคาถูกที่สุดในกลุ่ม ถือว่าค่อนข้างคุ้มค่าคุ้มราคาทีเดียว 

Cellox Purify Super Extraตัวนี้ชูจุดเด่นตรงที่มีเทคโนโลยียับยั้งแบคทีเรีย ตัวกระดาษอาจจะไม่นุ่มมากนัก และไม่สลายไปกับน้ำ น่าจะเป็นมีการผสมอะไรซักอย่างให้ทนต่อการสลายมากขึ้น

Paseo : มีความยาวเป็นอันดับ 1 แถมยังมีความนุ่มด้วย แถมยังไม่มีสารเรืองแสงด้วย ถ้าเทียบราคากันต่อเมตรแล้ว รุ่นนี้จะราคาถูกที่สุด ดังนั้นเลยเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเลยทีเดียว

Paseo Baby Pure : มีความหนา นุ่มมากที่สุด ดูแล้วน่าจะเหมาะกับเด็กๆที่ผิวบอบบางทีเดียว ไม่มีสารเรืองแสงเช่นกัน ถืงแม้ว่าความยาวจะน้อยที่สุดก็ตาม แต่ถ้าเรื่องคุณภาพถือว่าคับจอทีเดียว

Scott Extra : มีขนาดต่อแผ่นที่ใหญ่ที่สุด หลายๆคนน่าจะชอบ เพราะบางที แผ่นเดียวมันเล็กไปนี่ซิ แต่จะ 2 แผ่นก็เยอะไปหน่อย มีความนุ่มพอสมควร 

สำหรับ Editor’s choice ในครั้งนี้ขอเลือกยี่ห้อที่คุ้มค่า คุ้มราคากับคุณภาพที่สุด ซึ่งได้แก่ “Paseoด้วยความที่ราคาต่อความยาวคุ้มค่าที่สุด และกระดาษยังมีความนุ่มน่าใช้ ไม่มีสารเรืองแสงด้วย เลยขอยกตำแหน่งนี้ให้ไปเลยครับ

Categories
ของใช้ ไม่มีหมวดหมู่

สเปรย์ปรับอากาศ นวัตกรรมใหม่ล่าสุด กลิ่นหอมสดชื่น แถมจมูกโล่ง!!

โรคยอดฮิตของคนสมัยนี้ที่เป็นกันทุกเพศ ทุกวัยเห็นจะหนีไม่พ้น “โรคภูมิแพ้อากาศ” และสาเหตุหลักๆนั้นก็อยู่ไม่ไกลเลย เพียงแค่หากสูดอากาศที่มีเชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อไวรัสเข้าไป แค่นี้ก็ทำให้เราไม่รู้สึกสบาย เริ่มมีน้ำมูก คัดจมูก หรือจามกันรัวๆ บางคนก็มีคันเคืองตา น้ำตาไหลด้วย  ปัจจุบัน มีนวัตกรรมใหม่ของ สเปรย์ปรับอากาศ ที่นอกจากจะช่วยกลบกลิ่นอันไม่พึงประสงค์แล้ว ยังช่วยทำให้รู้สึกสดชื่นโล่งจมูกอีกด้วย

วันนี้เลยขอยกสเปรย์ปรับอากาศ 3 แบรนด์ กลิ่นยูคาลิปตัส มาเทียบกันว่าแต่ละแบรนด์เค้าเด่นดังเรื่องอะไรกันบ้าง

เหตุผลที่แอดมินจงใจเลือกกลิ่นนี้ เพราะสรรพคุณของยูคาลิปตัสนั้นเด่น เรื่องของการ คัดจมูกช่วยให้โล่งจมูก ซึ่งเราใช้กันมานานแล้วค่ะ

ทีนี้ลองมาดูตารางเปรียบเทียบกันนะคะ

จะเห็นว่าแต่ละแบรนด์มีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป จากความเห็นส่วนตัวแอดมินขอสรุปโดยย่อดังนี้จ้า

สำหรับ Bosisto’s  (สเปรย์นกแก้ว) ตัวนี้เป็นเจ้าแรกของตลาด เป็นสเปรย์สารพัดประโยชน์ ทั้งปรับอากาศ และขจัดคราบต่างๆได้ คล้ายๆ 2 in 1 นอกจากนี้ ทางแบรนด์ยังเคลมอีกว่า เป็นน้ำมันยูคาลิปตัสคุณภาพสูงจากธรรมชาติ 100 % ลดอาการหวัด คัดจมูก และปราศจากสารเคมีในกลุ่มคลอโรฟลูออไรด์คาร์บอน (CFC) ด้วย ส่วนกลิ่นนั้นหอมดีค่ะ แต่กลิ่นอยู่ไม่ค่อยนาน ต้องฉีดซ้ำ แต่ก็รู้สึกว่าหายใจสะดวกขึ้น

ถัดมา Kangaroo (สเปรย์จิงโจ้) ตัวนี้ดูเผินๆ packaging ตั้งใจทำให้คล้ายกับ Bosisto’s ไม่ค่อยรู้สึกถึงความสดชื่น และไม่เตะตาเท่าไหร่ แต่ทางแบรนด์เคลมว่าเป็นน้ำมันยูคาลิปตัสที่ใช้ได้ผ่านกระบวนการกลั่นกรองถึง 2 ครั้งเลยทีเดียว หลังลองฉีดแล้วช่วยปรับอากาศให้หอม สดชื่น แต่กลิ่นฉุนไปหน่อยค่ะ

สุดท้าย Polar Spray (โพลาร์ สเปรย์) ต้องยอมรับจริงๆว่า ทางแบรนด์ทำ packaging มาได้น่าหยิบมาใช้มาก ดูสดชื่น เย็นสบาย เมื่อเทียบกับอีกสองแบรนด์ โลโก้เป็นรูปคุณหมอหมีให้ความรู้สึกสะอาด น่าเชื่อถือ นอกจากนี้ทางแบรนด์ยังเคลมว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ Activ Polar (แอคทีฟ โพลาร์) ที่ช่วยกำจัดเชื้อโรค เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส และเชื้อรา แถมยังช่วยลดสารก่อภูมิแพ้ในอากาศอีกด้วย

หลายคนสงสัยว่า Activ Polar คืออะไร แอดมินไปค้นหาข้อมูลมาค่ะ เห็นบอกว่าเป็นสาระสำคัญที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ Nova Health ซึ่งเป็นส่วนผสมของ Natural Eucalyptus Oil 25% w/w ผสมกับ Tea Tree Oil และสารสกัดจากธรรมชาติหลากหลายที่ช่วยฆ่าเชื้อและกำจัดสารก่อภูมิแพ้ ส่วนกลิ่นหอมสดชื่น แบบยูคาลิปตัส ไม่ฉุน ไม่แสบตาหรือแสบจมูก ทำให้เรานอนหลับได้ดีขึ้นค่ะ

สำหรับ Editor’s choice ในครั้งนี้ แอดมินขอเลือก Polar Spray เพราะนอกจากจะช่วยปรับอากาศแล้ว ยังสามารถกำจัดเชื้อโรคในอากาศได้อีกด้วยค่ะ

 

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ยูคาลิปตัส

 

Categories
ของใช้

เปรียบเทียบ เจลรักษาแผลเป็น สรรพคุณแต่ละยี่ห้อเป็นอย่างไรกันบ้าง

ช่วงนี้แอดมินไปจี้ไฝมาครับ เลยถือโอกาสนี้ทดสอบ เจลรักษาแพ้เป็น กันสักหน่อย อาจจะเป็นสิ่งที่หลายๆคนไม่คุ้นเคยนัก เพราะคงไม่ได้ใช้บ่อยๆ แต่ก็ถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคนเวลาเกิดแผลนะครับ เพราะเค้าช่วยได้มากจริงๆ ยิ่งถ้าเป็นบริเวณใบหน้าหรือบริเวณที่คนอื่นเห็นชัดแล้วแล้วก็ยิ่งจำเป็นมากเลย เพราะจะช่วยให้แผนนั้นดูจางลงบางแผลถึงกับหายไปเลยก็มีครับ
ในเรื่องของความสามารถในการรักษาแผลเป็นนั้นผมคงไม่ได้เน้นนะครับ เพราะมีปัจจัยหลายอย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้นในบทความนี้จะเน้นไปที่คุณลักษณะอื่นๆที่มีความแตกต่างกันและเหมาะกับแต่ละบุคคลไม่เหมือนกันนะครับ เพื่อให้ข้อมูลในการเป็นตัวเลือกนะครับ หลอดตั้งหลายร้อย ก็น่าจะเลือกอันที่คุ้มค่าหน่อย
ยี่ห้อที่นำมาทดลองก็มี Dermatix Ultra, Hiruscar Silicone Pro และ Mederma Intense Gel ซึ่งทั้งสามยี่ห้อหาซื้อได้ง่าย ตามร้านขายยาทั่วไป
เนื้อทั้ง 3 ยี่ห้อเป็นแบบนี้ครับ ของ Mederma จะมีน้ำเป็นส่วนประกอบเยอะหน่อย กระดาษเลยเปียกเร็ว
เริ่มต้นจากการทดลองทากันก่อนครับ ของยี่ห้อ Dermatix กับ Hiruscar จะมีคุณลักษณะเหมือนกัน คือจะเป็นเหมือนซิลิโคนบางๆเคลือบที่ผิว แต่ของ Mederma ไม่ได้มี Active หลักเป็นซิลิโคน ทำให้ค่อนข้างจะซึมยากที่สุดครับ ค่อนข้างเปียกกว่ามาก รู้สึกเหนียวเนอะหนะกว่า ถ้าทิ้งไว้จะแห้ง และสามารถถูออกมาเป็นขลุยได้เลยครับ ดังนั้นจึงต้องนวดต่อเนื่องจนกว่าจะซึมหมดต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร
ส่วนหัวข้อที่จะนำมาเปรียบเทียบและผลการเปรียบเทียบจะเป็นอย่างไรนั้นไปดูในตารางได้เลยครับ
Dermatix Ultra ตัวนี้เค้าเคลมว่าเป็นเจลอันดับ 1 ที่คุณหมอแนะนำในประสิทธิภาพ สามารถใช้ได้กับแผลเกือบทุกรูปแบบ เช่นผ่าตัด ผ่าคลอด น้ำร้อนลวก น้ำมันกระเด็น รอยสิว ลดรอยหลุมสิว ยุงกัด เรียกได้ว่าสามารถใช้ได้ในชีวิตประจำวันได้เลยครับ ข้อดีคือแห้งเร็วไม่เหนียวเหนอะหนะ เนื้อเบา สามารถใช้บนใบหน้าได้ และไม่มีกลิ่นฉุนอะไรเลย ใช้งานประมาณหนึ่งเมล็ดถั่วเขียวสามารถทาบางๆบนแผลโดยไม่ต้องนวด กับแผลขนาด 7 ถึง 15 เซนติเมตรครับ
Hiruscar Silicone Pro เป็นเจลเนื้อบางเบาเหมือนกัน ใช้ได้กับแผลเกือบทุกชนิดเช่นกัน ใช้กับบนใบหน้าได้ดีเหมือนกัน ข้อดีคือซึมเร็ว ไม่เหนียวหนะ ไม่มีกินฉุน ใช้งานประมาณ 1 เมล็ดถั่วเขียวสำหรับรอยแผลเป็นขนาด 8 เซนติเมตร(น้อยกว่า Dermatix) ปริมาณต่อหลอดนั้นถือว่าน้อยกว่า เมื่อเทียบกับราคา ข้อแนะนำ ให้ใช้ต่อเนื่องติดกัน 2 เดือน นั่นคือต้องใช้เจลขนาด 10 กรัม(หลอดใหญ่)ซึ่งจะมีราคาสูงขึ้น หรือต้องใช้ขนาด 4 กรัม(หลอกเล็ก) 2 หลอดเป็นอย่างน้อยแทน
Mederma Intense Gel เป็นเจลที่มีความแตกต่างออกไปมาก มีกลิ่นน้ำหอมฉุน อาจเหมาะสำหรับคนชอบกลิ่นหอมครับ ส่วนเนื้อนั้นเป็นเนื้อค่อนข้างเหลว มีส่วนประกอบของน้ำเยอะ แต่กลับซึมได้ยากกว่า เหนียวเหนอะหนะกว่า ต้องใช้วิธีการนวดไปเรื่อยๆจนกว่าจะซึมซึ่งใช้เวลาสักระยะหนึ่ง อาจจะเหมาะสำหรับคนที่ชอบนวด ถ้าไม่นวดให้ซึมหมดทิ้งไว้นานๆจะลอกเป็นขลุยได้ครับ
จากการเปรียบเทียบขั้นต้น Editors’ Choice แอดมินขอเลือก Dermatix Ultra เพราะนอกจากคุณสมบัติในการลดรอยแผลเป็นจะดีแล้ว ยังไม่เหนียวเหนอะหนะ ไม่มีกลิ่นฉุน ซึมซับดีแห้งเร็ว และคุ้มค่าต่อราคามากกว่าครับ ถึงราคาจะสูงกว่าเล็กน้อยแต่ใช้ได้นานกว่าเท่าตัว ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้จึงชนะไปในรอบนี้ครับ
Categories
ของใช้

มาเทียบ ทิชชู่เปียก ขนาดพกพากันดีกว่า ของใครเช็ดนุ่ม ชุ่มชื่นกว่ากัน

หลังจากเทียบเรื่องกินๆมาก็มากละ คราวนี้เรามาเทียบกับของใช้บ้างดีกว่า เวลาเดินทางออกนอกบ้าน เชื่อว่าหลายๆคนน่าจะเคยเจอปัญหาของการทำความสะอาดร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น กินข้าวที่ร้านละไม่มีทิชชู่ให้, เลอะคราบอะไรซักอย่างที่ทิชชู่ธรรมดาเช็ดไม่ออก, ร้อนเหงื่อออกแล้วทิชชู่ธรรมดาเช็ดยังไงก็ไม่สดชื่น หรือกระทั่งหนูน้อยน้ำมูกไหล แล้วใช้ทิชชู่เช็ดจนจมูกแดงแสบไปหมด ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ก็เลยเป็นที่มาของการสร้างสรร ทิชชู่เปียก ขึ้นมา

ทิชชู่เปียกดียังไงล่ะ? จะบอกว่ามันดีงามในสามโลกมากเวลาเจอสถานการณ์คับขัน เช่นเข้าห้องน้ำแล้วทิชชู่หมด, น้ำหวานหกใส่มือ, โดนน้ำเน่าสาดใส่ขา ซึ่งทิชชู่เปียกจะช่วยเช็คทำความสะอาดได้ดีกว่าทิชชู่ปกติเยอะเลยล่ะ

ทีนี้ในตลาดก็มีทิชชู่เปียกอยู่ตั้งมากมายหลายยี่ห้อ แล้วยี่ห้อไหนล่ะที่เจ๋งที่สุด? เรามาลองดูกันดีกว่า

อันนี้จะเลือกมาสำหรับยี่ห้อที่มีขนาดสำหรับพกพาได้สะดวกๆนะครับ

ยี่ห้อทั้งหมดที่เลือกมาได้แก่ Coon, Cellox, Klenex, Huggies, Tiny nose, Elleair, Karisma และ MumyPoko

ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นขนาดที่เหมาะแก่การพกพาไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวกสบาย เปิดใช้ง่าย เก็บก็ง่ายทีเดียวเพราะฝาเปิดปิดได้ง่าย ไม่ต้องแกะห่อ เพราะไม่งั้นเด๋วทิชชู่แห้งหมดอ่ะเนอะ

จากนี้เรามาดูกันดีกว่าว่าแต่ละตัวต่างกันยังบ้าง เพราะเอาจริงๆเวลาที่เราเลือกซื้อเราก็ไม่รู้หรอกนะว่ายี่ห้อไหนจะต่างกันยังไง

สิ่งที่น่าจะต่างกันหลักๆของทิชชู่เปียกแต่ละยี่ห้อนั่นก็คือ กระดาษที่ใช้ กับส่วนประกอบในนั้น ซึ่งเราเปิดมาดูก่อนดีกว่าว่ากระดาษที่ใช้ กับขนาดของแต่ละแผ่นเป็นยังไงกันบ้าง

จะเห็นความแตกต่างอยู่บ้างเล็กน้อยของแต่ละยี่ห้อ ทั้งขนาดและเนื้อกระดาษ เรามาดูเทียบกันในแง่มุมต่างๆกันดีกว่าว่าแต่ละยี่ห้อต่างกันยังไงบ้าง (จิ้มที่ตารางเพื่อขยายขนาดได้เลยจ้า)

หลังจากนั้นเรามาสรุปกันเป็นตัวๆกันเลยดีกว่า

Coon : ตัวนี้จะออกมีกลิ่นนิดๆ ไม่แน่ใจว่าเป็นกลิ่นอะไร ซึ่งจุดเด่นคือมาจากน้ำบริสุทธิ์ 99% ไม่มีน้ำหอม ไม่มีแอลกอฮอล์ ส่วนราคานั้นไม่แรงนะ ซึ่งก็ถัวไปกับความนุ่มของกระดาษที่ไม่ได้นุ่มมากนัก

Cellox: ของ Cellox ตัวนี้ทำออกมาได้ดีเลย กระดาษหนา นุ่ม ชุ่มชื้นดีด้วย เช็ดแล้วรู้สึกสบายผิว จุดเด่นคล้ายๆของ Coon แต่ราคาก็จะแพงขึ้นมาอีกระดับนึง 

Kleenex : ของ Kleenex ตัวนี้น่าจะมีน้ำหอมผสม เพราะค่อนข้างหอมเลยทีเดียว ตัวกระดาษตอนที่ดึงออกมา จะเห็นเป็นฟองๆติดอยู่หน่อยๆ ไม่แน่ใจว่าจากอะไร ส่วนความชุ่มชื้นนั้นชุ่มชื้นมากทีเดียว  เนื้อกระดาษจะสากๆอยู่บ้าง ชูจุดเด่นว่าลดการสะสมแบคทีเรีย ละไม่มีแอลกอฮอล์

Elleair : ตัวนี้คุณสมบัติคล้ายๆกับของ Kleenex นะ แต่จะไม่มีกลิ่นและนุ่มกว่า ราคาจะแพงกว่าหน่อย

Huggies: ทำออกมาได้หนานุ่มเลย กระดาษแผ่นใหญ่ที่สุดด้วย ชุ่มชื้นดีด้วย มีส่วนผสมของอโลเวล่ากับวิตามินอี แต่จะมีกลิ่นนิดๆ 

Tiny Nose : น้องใหม่ที่มีจุดเด่นไม่เหมือนคนอื่น ด้วยเป็นทิชชู่เปียกสูตรน้ำเกลือ ที่สามารถเช็ดทำความสะอาดได้ดีกว่าสูตรน้ำปกติ แถมช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียด้วย และส่วนผสมที่เป็นออร์แกนิค ทำให้น่าจะเหมาะใช้เช็ดสำหรับเด็กๆที่แพ้ง่ายด้วย ราคาอาจจะสูงกว่ายี่ห้ออื่นๆหน่อยนึงล่ะนะ

Karisma : มีกลิ่นนิดๆ จุดเด่นคล้ายๆสูตรน้ำยี่ห้ออื่นๆ ความนุ่ม ความบาง ไม่แตกต่างกันมากนัก บวกขึ้นมากับมีแอนตี้แบคทีเรียด้วยสำหรับตัวนี้

MumyPoko : ตจากแบรนด์ผ้าอ้อมเด็ก เพราะฉะนั้นสูตรนี้ก็ทำมาสำหรับใช้าำหรับเด็กได้แน่นอน สูตรน้ำเหมือนยี่ห้ออื่นๆ ความชุ่มชื้นกับความนุ่มนั้นกลางๆ ราคาไม่แรงมาก

จากที่ได้ลองใช้มาจากทั้งหมดนั้น แต่ละยี่ห้อจะค่อนข้างใกล้เคียงกัน ต่างกันที่รายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ซึ่งครั้งนี้จะขอยก Editor’s choice ให้ไป 2 ยี่ห้อ ซึ่งได้แก่ Cellox กับ Tiny Nose เพราะว่า Cellox ทำออกมาได้ดีทั้งในแง่ของความหนานุ่มของกระดาษและความชุ่มชื้น ส่วนของ Tiny Nose นั้นด้วยความเป็นสูตรน้ำเกลือและมีส่วนผสมออร์แกนิค ที่มีคุณสมบัติโดดเด่นกว่ายี่ห้ออื่นๆ ก็ขอยกตำแหน่งนี้ให้ไปเลยคร้าบบ

Categories
Top5 ของใช้

5 เหตุผลที่สายกินต้องใช้ eatigo

เอาใจสายกิน วันนี้มานำเสนอแอพดีๆที่มีทั้งบนมือถือที่และเว็บไซต์ พลาดไม่ได้อย่างเด็ดขาด นั่นคือ eatigo นั่นเอง เพราะไม่ได้เป็นแค่แอพจองร้านอาหารเพียงอย่างเดียว แต่มีความสามารถที่ช่วยให้คุณฉลาดเลือกมากยิ่งขึ้นเข้าไปอีก ใครบอกว่าของอร่อยราคาถูกไม่มีบนโลก เมื่อคุณใช้แอพนี้คุณจะหาเจอเพียบ!! ไปชมกันว่า eatigo มีความสามารถอะไรกันบ้างครับ


ข้อ 1 มีส่วนลดสูงสุดถึง 50%

เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งคิดว่าลด 50% ต้องมีเงื่อนไขให้ยุ่งยากแน่นอน ความเจ๋งคือทุกร้านอาหารใน eatigo เพียงจองร้านก็ได้รับส่วนลดทันที โดยลดสูงสุดถึง 50% จากทุกเมนูอาหาร โดยไม่มีข้อแม้ยิบย่อยมากวนใจ และไม่ต้องจ่ายเงินล่วงหน้าด้วย ก่อนจะแวะร้านอาหารที่คุณสนใจ ลองเปิด eatigo ดูก่อน คุณอาจได้รับส่วนลดพิเศษด้วยนะ

หากนึกไม่ออกว่าอยากทานอะไร eatigo จะมีความสามารถนึงที่ช่วยคุณดูว่า บริเวณรอบๆตัวคุณนั้นมีร้านอาหารไหนมีดีลพิเศษบ้าง ช่วยให้คุณหาของอร่อยใกล้ตัวได้ง่ายขึ้น

หากเจอร้านที่สนใจแล้วสามารถจองได้เลยผ่านแอพ eatigo ครับ โดยสามารถจองล่วงหน้าได้นานเร็วที่สุดภายใน 15 นาที ก่อนถึงเวลาที่ต้องไปรับประทาน และถ้าหากจะจองล่วงหน้านานๆ ก็ทำได้ นานถึง 30 วัน และไม่ต้องห่วงครับ มีระบบเตือนล่วงหน้าด้วยเช่นกัน ทำให้ไม่พลาดการจองของคุณ

มีร้านอาหารตั้งแต่ร้านราคาประหยัด กินได้ทุกวัน ไปจนถึงร้านหรูบนโรงแรมดัง และรูฟท็อปบาร์หลากหลาย ครอบคลุมทั่วทั้งกรุงเทพ ทั้งร้านอาหารญี่ปุ่นอย่าง โจชิซึซูชิ บุฟเฟ่ต์โรงแรมหรูเช่น The Dining Room โรงแรม Grand Hyatt ร้านขนมหวานและคาเฟ่ อย่าง CODE Cafe of dessert enthusiasts, Mr.Jone’s Orphanage และร้านอาหารแฟรนไชส์ดัง เช่น ZEN, Scoozi และตอนนี้ยังมีร้าน Wine Connection เพิ่มมาอีกถึง 20 สาขาทั่วกรุงเทพเลย

สุดท้ายที่เจ๋งมาก ไม่ได้มีแต่ในกรุงเทพเท่านั้น ตามเมืองใหญ่ๆก็มีร้านและดีลให้เหลือมากมายไม่แพ้กัน ใช้งานได้ทั้งใน กรุงเทพ พัทยา สิงคโปร์ กัวลาลัมเปอร์  ฮ่องกง และมุมไบ กับปูเน่ ประเทศอินเดีย คาดว่าอนาคตคงจะมีอีกหลายประเทศ ทีนี้คนชอบเดินทางบ่อยก็ไม่ต้องห่วงว่าจะไม่มีของกินกับดีลพิเศษให้เลือกอีกต่อไปแล้วครับ

จากเหตุผลข้างต้น eatigo จึงเป็นแอพที่ควรมีไว้ในมือถือทุกเครื่องครับ มีแต่ได้ไม่มีเสีย สามารถหาโหลดได้ตาม App Store และ Play Store เลยครับ จัดไป!

ถ้าอยากลองใช้แล้ว ก็กดตรงนี้ เพื่อดาวน์โหลดแอพ eatigo : https://goo.gl/xoMgXL
หรือกดตรงนี้ เพื่อเข้าไปดูเว็บไซต์ eatigo เลย: https://goo.gl/9RkYmV